วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

การเขียนโครงงาน


                การเขียนโครงงาน
ความหมายของโครงงาน
        โครงงาน  หมายถึง  กระบวนการแสวงหาความรู้หรือการค้นคว้าหาคำตอบในสิ่งที่ตนสนใจใคร่รู้หรือสงสัยด้วยวิธีการต่างๆ  นักเรียนสามารถเลือกศึกษาตามความสนใจของตนเองหรือของกลุ่ม  เป็นการตัดสินใจร่วมกันจนได้ชิ้นงานที่สามารถนำผลการศึกษาไปใช้ประโยชน์ได้
        โครงงานเป็นการศึกษาอย่างมีระบบขั้นตอน  มีการวางแผนการศึกษาแล้วปฏิบัติตามแผนที่วางไว้  จนได้ข้อสรุปหรือผลสรุปที่เป็นคำตอบในเรื่องนั้นๆ

ประเภทของโครงงาน
        โครงงานสามารถทำได้หลายลักษณะตามธรรมชาติของการปฏิบัติงานและเป้าหมายในการปฏิบัติงานนั้นๆ ในที่นี้ขอกล่าวถึงประเภทของโครงงานตามเป้าหมายของการศึกษา
        ๑.โครงงานสำรวจ  หมายถึง  โครงงานที่มีเป้าหมายเพื่อสืบค้นหาความรู้ ข้อเท็จจริงต่างๆจากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย  เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้หรือข้อสรุปที่เชื่อถือได้จริง  เช่น นักเรียนอาจสนใจ  ต้องการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับความรุ่งเรืองด้านวรรณกรรมในสมัยกรุงสุโขทัย  ก็จะทำโครงงานสำรวจวรรณกรรมต่างๆ สมัยสุโขทัยจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ  ที่จะให้ข้อมูลที่แสดงถึงวิวัฒนาการและความแพร่หลายของวรรณกรรมสมัยนี้อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ
        ๒.โครงงานสิ่งประดิษฐ์  หมายถึง  โครงงานที่มีเป้าหมายเพื่อนำความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถต่างๆไปผลิตผลงานหรือสร้างชิ้นงานที่มีคุณค่า  ทั้งด้านความงามและประโยชน์ใช้สอย  เช่น  การนำความรู้เรื่องการเขียนคำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง  และความสามารถด้านศิลปะไปประดิษฐ์บัตรอวยพรพร้อมคำอวยพรที่ประพันธ์ด้วยร้อยกรองที่ไพเราะ
        ๓.โครงงานแก้ปัญหา  หมายถึง  โครงงานที่มีเป้าหมายเพื่อฝึกการนำความรู้และทักษะกระบวนการต่างๆที่ได้เรียนรู้ในหลักสูตรไปแก้ปัญหาและประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ที่เป็นชีวิตจริงของนักเรียน  เช่น โคงงานศึกษาค้นคว้าหาวิธีการป้องกันอุบัติภัยในโรงเรียน
        ๔.โครงงานอาชีพ  หมายถึง  โครงงานที่มีเป้าหมายเพื่อมุ่งฝึกให้นักเรียนได้รู้จักกิจกรรมทางด้านธุรกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพ  เช่น โครงงานหารายได้ระหว่างเรียน

ขั้นตอนการทำโครงงาน
        การทำโครงงานมีขั้นตอนสำคัญ ๓ ขั้นตอน ดังนี้
        ขั้นตอนที่ ๑ การเขียนโครงงาน  คือ การวางแผนและเขียนโครงงานก่อนที่จะลงมือทำโครงงานจริงๆ การเขียนโครงงานมีความสำคัญที่ทำให้โครงงานประสบความสำเร็จ  ดังคำที่กล่าวไว้ว่า  “การวางแผนที่ดีเท่ากับทำให้งานประสบผลสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง”
        ขั้นตอนที่ ๒ การปฏิบัติตามแผนที่วางไว้  คือ  ปฏิบัติจริงตามขั้นตอนและแนวทางต่างๆ  ตามช่วงเวลาและกิจกรรมต่างๆที่กำหนดไว้ในแผน  มีการตรวจสอบและปรับปรุงงานเป็นระยะๆ  จนสิ้นสุดตามกิจกรรมการปฏิบัติ
        ขั้นตอนที่ ๓  การนำเสนอโครงงาน  ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำโครงงาน คือ เมื่อได้ปฏิบัติงานและมีผลงานปรากฏตามเป้าหมายของการทำโครงงานแล้ว  เจ้าของโครงงานจะรวบรวมผลงานต่างๆที่สำคัญานำเสนอเพื่อรายงานให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ

องค์ประกอบของเค้าโครงโครงงาน
        ๑.ชื่อโครงงาน  ควรระบุให้ชัดเจนว่าเป็นโครงงานประเภทใดใน ๔ ประเภทดังที่กล่าวมา  ชื่อโครงงานที่ดี ควรสั้นกะทัดรัดและได้ใจความชัดเจนว่าเป็นการปฏิบัติงานเกี่ยวกับอะไร เช่น โครงงานสำรวจเพลงพื้นบ้านในท้องถิ่น
        ๒.ผู้รับผิดชอบโครงงาน  โดยทั่วไปผู้รับผิดชอบโครงงานประกอบด้วยครูผู้สอนและครูที่ปรึกษา และนักเรียนผู้ทำโครงงาน  ถ้ามีหัวหน้านักเรียนผู้ทำโครงงาน ควรระบุไว้เป็นชื่อแรก คนอื่นๆเขียนชื่อตามลำดับตัวอักษร  การสะกดชื่อและนามสกุลต้องระมัดระวังให้ถูกต้อง
        ๓.ที่มาของโครงงาน  ควรเขียนให้เข้าใจชัดเจนว่าโครงงานนี้มีเหตุผลอะไรจึงคิดทำ  มีเหตุจูงใจอะไรที่ชักนำให้ทำ  หากได้รับความสนับสนุนจากใครหรือจากแหล่งใดก็บอกไว้ด้วย
        ๔.จุดประสงค์ของโครงงาน  ข้อนี้สำคัญมาก  ควรเขียนให้รัดกุมว่าในการทำโครงงานนี้ต้องการให้บรรลุผลอะไรบ้าง  เขียนเป็นข้อๆจะทำให้เข้าใจง่าย แจ่มแจ้ง  และชัดเจน
        ๕.ขอบเขตเนื้อหาและระยะเวลาทำโครงงาน  โครงงานทุกโครงงานจะต้องวางขอบเขตไว้เป็นกรอบกำกับว่าจะให้ครอบคลุมเนื้อหากว้างขวางแค่ไหน  เพียงไร เช่น  ถ้าเป็นโครงงานผลิตชิ้นงาน  ก็ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า จะผลิตในปริมาณเท่าใด  ขอบเขตของเวลาทำโครงงานเริ่มต้นเมื่อไร  สิ้นสุดเมื่อไร  ต้องประมาณให้ดีและเขียนลงไว้ หากระบุว่าทำภายในกี่สัปดาห์ได้ยิ่งดี
        ๖.หลักวิชาที่จะนำมาใช้ในการทำโครงงาน  การทำโครงงานทุกชิ้นผู้จัดทำจะเป็นต้องนำความรู้ทางหลักวิชามาใช้เพื่อให้โครงงานน่าเชื่อถือ  และให้ขั้นตอนการทำงานดำเนินไปอย่างมีหลักเกณฑ์  ตรงไปสู่จุดประสงค์ตามที่ตั้งไว้  ผู้ทำโครงงานอาจใช้หลักความรู้ที่ตนมีอยู่แล้ว หรือแสวงหามาใหม่จากการอ่าน  การฟัง  การสังเกต  การขอคำปรึกษาจากผู้รู้  ควรรวบรวมหลักวิชาที่จะใช้ให้เป็นข้อๆ  โดยสรุปสระสำคัญของหลักวิชาเหล่านั้น  และควรเขียนไว้ในเค้าโครงของโครงงานด้วย  ในรายงานผลขั้นสุดท้ายควรนำเสนออย่างค่อนข้างละเอียด
        ๗.วิธีปฏิบัติในการทำโครงงาน  ควรเขียนเป็นขั้นตอนอย่างละเอียดว่าจะทำกิจกรรมอะไรบ้าง  ทำเมื่อไร  ทำที่ไหน  มีใครเกี่ยวข้องบ้าง  โดยจัดเรียงกิจกรรมที่จะทำตามลำดับก่อนหลัง  ซึ่งอาจจัดทำเป็นตารางปฏิบัติงาน  เพื่อให้ง่ายและสะดวกในการใช้งานจริง
        ๘.ผลที่คาดหวัง  การเขียนโครงงานควรเขียนให้ชัดเจนว่าเมื่อทำโครงงานนี้สำเร็จแล้วจะเกิประโยชน์กับใคร อย่างไรบ้าง

ไม่มีความคิดเห็น: